vivo เปิดตัว X300 Ultra และ X300 FE พร้อมโชว์พลังซูมเหนือขั้นผ่านโชว์สุดพิเศษจาก PROXIE
- Happening Around

- 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที
vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก สร้างปรากฏการณ์เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างยิ่งใหญ่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา กับการเปิดตัว vivo X300 Ultra สมาร์ตโฟนรุ่น Ultra รุ่นแรกในประเทศไทย พร้อม vivo X300 FE ภายใต้คอนเซปต์ ‘เทคเดียวก็เอาอยู่’ ที่พร้อมปลดล็อกประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอให้ครบจบในช็อตเดียว ผ่านเทคโนโลยีกล้องและพลังซูมระดับโปรจาก ZEISS ที่พร้อมยกระดับทุกโมเมนต์สำคัญให้คมชัด สมจริง และเต็มไปด้วยอารมณ์ยิ่งกว่าที่เคย

ภายในงาน vivo ได้เนรมิตค่ำคืนสุดพิเศษด้วยการชวน 6 หนุ่มทีป๊อปสุดฮอตจากวง PROXIE ในฐานะ vivo Stage Ambassador มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านโชว์สุดพิเศษบนเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมถ่ายทอดพลังการซูมของ vivo X300 Ultra แบบเรียลไทม์ผ่านจอภายในงาน พร้อมสัมผัสประสบการณ์การซูมเหนือขั้นที่ยังคงเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัด เสมือนยกเวทีการแสดงมาไว้ตรงหน้า ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยโชว์พลุสุดตระการตา สะท้อนพลังของสมาร์ตโฟนเรือธงที่พร้อมเก็บทุกโมเมนต์สำคัญได้อย่างครบจบใน ‘เทคเดียว’
นอกจากนี้ vivo ยังเพิ่มสีสันให้กับงานเปิดตัวครั้งนี้ด้วยแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแขกรับเชิญสุดพิเศษทีม The Face Men Thailand Season 4 ที่มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านการทดลองใช้งาน vivo X300 FE สมาร์ตโฟนที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสายคอนเสิร์ตและสายไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะ พร้อมร่วมแชร์ประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอที่ทั้งง่าย สนุก และได้ผลลัพธ์คมชัดครบจบในเครื่องเดียว
เทคเดียวก็เอาอยู่ ด้วยกล้องถ่ายภาพและวิดีโอระดับโปร
vivo X300 Ultra มาพร้อมการยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอครั้งสำคัญ ด้วยระบบกล้องที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ด้วยหลักแนวคิดเหมือนกล้องระดับโปร เพื่อรองรับงานคอนเทนต์ระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ ZEISS 14mm เซนเซอร์ Sony LYTIA 818 ขนาดใหญ่ 1/1.28 นิ้ว กล้องหลักภาพสารคดี ZEISS 35mm เซนเซอร์ Sony LYTIA 901 ขนาดใหญ่ 1/1.12 นิ้ว และกล้องเทเลโฟโต้ ZEISS APO Gimbal-Grade พร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว ที่ผสานพลังกับชิปเซ็ตเสริม VS1+ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการประมวลผลภาพและวิดีโอ เพื่อให้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้สวยคมชัดแม้ในสภาพแสงที่ท้าทาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการถ่ายวิดีโอสำหรับสายครีเอเตอร์ด้วยการรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ Cinematic แบบ 4K 120 fps 10-bit Log ได้ครบทุกระยะเลนส์ ถ่ายทอดทั้งสีสัน มิติ ดึงอารมณ์ของภาพได้อย่างสมจริง อีกทั้งยังสามารถนำไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงนี้ไปการเกรดสีต่อได้อย่างยืดหยุนและแม่นยำ
ขณะที่ vivo X300 FE ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสายคอนเสิร์ตและผู้ใช้งานสายไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะ มาพร้อมการยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพให้ใช้งานได้ง่ายและได้ผลลัพธ์สวยครบในทุกสถานการณ์ ด้วยกล้องเทเลโฟโต้ ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และระบบ AI Imaging Engine อัจฉริยะที่ช่วยจัดการแสง สี และรายละเอียดของภาพได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้การถ่ายภาพในทุกสถานการณ์เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บโมเมนต์หน้าเวที ฉากแสงสีซับซ้อนหรือช็อตเคลื่อนไหวระหว่างการแสดง ก็ยังสามารถถ่ายทอดภาพได้คมชัด มีมิติ และคงบรรยากาศได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมระบบประมวลผลภาพที่ช่วยฟื้นฟูรายละเอียด เพิ่มความคมชัด และรักษาโทนสีของภาพให้สมจริงยิ่งขึ้นในทุกช็อต นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Stage Mode ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการถ่ายคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ ช่วยให้ภาพพอร์ตเทรตระยะไกลบนเวทีคมชัด เสริมด้วยการรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60 fps ผ่านเลนส์เทเลโฟโต้ เพื่อเก็บทุกโมเมนต์สำคัญได้อย่างครบจบในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว

นอกจากนี้ vivo ยังต่อยอดประสบการณ์การซูมให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ผ่านชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra สำหรับ X300 Ultra ที่รองรับระยะการซูมเทียบเท่า 400 มิลลิเมตร และ vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 สำหรับ X300 FE ที่รองรับระยะการซูมเทียบเท่า 200 มิลลิเมตร ช่วยดึงรายละเอียดไกลให้ยังคงคมชัด พร้อมยกระดับการถ่ายภาพและวิดีโอบนสมาร์ตโฟนให้ใกล้เคียงประสบการณ์ระดับกล้องโปรมากยิ่งขึ้น
สเปกระดับเรือธง พร้อมความอึดและความลื่นไหลในทุกวัน
vivo X300 Ultra ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5 เพื่อมอบประสิทธิภาพการใช้งานระดับเรือธงที่ลื่นไหลและรวดเร็วในทุกสถานการณ์ พร้อมแบตเตอรี่ BlueVolt ขนาดใหญ่ 6600mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดวัน และเทคโนโลยีชาร์จไว 100W FlashCharge แบบมีสายและ 40W FlashCharge ไร้สาย เพื่อความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังออกแบบมาให้พร้อมสำหรับการใช้งานในทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69 พร้อมการอัปเดตความปลอดภัยและการดูแลระบบนานสูงสุดถึง 7 ปี และอัปเดตระบบปฏิบัติการนาน 5 ปี เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัย ลื่นไหล และยาวนานยิ่งกว่าเดิม

ด้าน vivo X300 FE มาพร้อมขุมพลัง Snapdragon 8 Gen 5 และแบตเตอรี่ BlueVolt ขนาดใหญ่ 6500mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 90W FlashCharge แบบมีสายและ 40W FlashCharge ไร้สาย เสริมความมั่นใจในการใช้งานด้วยมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69 รวมถึงโครงสร้างกันกระแทกรอบด้านที่ผ่านการรับรองระดับ 5 ดาวจาก SGS และการทดสอบการตกกระแทกตามมาตรฐานทางการทหารสหรัฐฯ (MIL-STD) เพื่อรองรับการใช้งานในแต่ละวันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
ดีไซน์พรีเมียม สะท้อนเอกลักษณ์ระดับเรือธง
นอกจากประสิทธิภาพระดับเรือธงและเทคโนโลยีกล้องอันล้ำสมัยแล้ว vivo X300 Ultra และ vivo X300 FE ยังมาพร้อมดีไซน์ระดับพรีเมียมที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของสมาร์ตโฟนเรือธงในทุกมิติ ทั้งวัสดุที่มอบสัมผัสพรีเมียม และรายละเอียดดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องระดับโปร โดย
vivo X300 Ultra โดดเด่นด้วยดีไซน์โมดูลกล้องสุดคลาสสิกที่ดูเรียบหรู ผสานกับหน้าจอขนาด 6.82 นิ้ว ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงเต็มอิ่ม เตรียมวางจำหน่ายใน 2 ตัวเลือกสี ได้แก่ สีเขียว Steppe Green และ สีดำ Volcano Black
vivo X300 FE มาพร้อมดีไซน์โมดูลกล้องแบบไดนามิก ช่วยให้จับถือได้ถนัดมือยิ่งขึ้น เสริมด้วยหน้าจอแบนขนาด 6.31 นิ้ว ที่ให้ทั้งความคล่องตัวและใช้งานสะดวกในชีวิตประจำวัน นำเสนอใน 3 สีสัน ได้แก่ สีม่วง Mist Purple, สีขาว Glow White, และ สีดำ Luxe Black
รายละเอียดการวางจำหน่าย
vivo X300 Ultra และ vivo X300 FE เปิดให้จับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดย vivo X300 Ultra วางจำหน่ายในสองรุ่นความจุ ได้แก่ รุ่น 16GB + 512GB ในราคา 54,999 บาท และรุ่น 16GB + 1TB ในราคา 64,999 บาท สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการขยายขีดจำกัดของพลังซูม vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 Ultra ระยะซูม 400mm ซึ่งประกอบด้วยเคสสมาร์ตโฟนและเลนส์ซูม สำหรับรุ่น X300 Ultra พร้อมให้สายถ่ายระยะไกลได้เป็นเจ้าของแล้วในราคา 8,499 บาท
และ vivo X300 Ultra Photographer Kit ภายในชุดประกอบด้วยตัวเครื่อง X300 Ultra สีดำ (ความจุ 16GB + 1TB), vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm, vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 Ultra ระยะซูม 400mm, กริปจับสำหรับการถ่ายภาพ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ในราคา 79,999 บาท
พิเศษยิ่งขึ้น! สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง vivo X300 Ultra ตั้งแต่วันที่ 22-27 พฤษภาคมนี้ รับทันทีของสมนาคุณพิเศษสามต่อ มูลค่ารวม 30,997 บาท
ต่อที่ 1: vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี และประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 25,999 บาท
ต่อที่ 2: vivo Life Bag มูลค่า 2,999 บาท
ต่อที่ 3: vivo Buds Pro มูลค่า 1,999 บาท
และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ รับทันทีของสมนาคุณพิเศษสองต่อ มูลค่ารวม 28,998 บาท
ต่อที่ 1: vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี และประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 25,999 บาท
ต่อที่ 2: vivo Life Bag มูลค่า 2,999 บาท
ในขณะที่ vivo X300 FE วางจำหน่ายในสองรุ่นความจุ ได้แก่ รุ่น 12GB + 256GB ในราคา 27,999 บาท และรุ่น 12GB + 512GB ในราคา 31,999 บาท
และสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการขยายขีดจำกัดของพลังซูม vivo X300 FE ตัวเครื่องพร้อมชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm วางจำหน่ายในสองรุ่นความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ในราคา 33,999 บาท และรุ่น 12GB + 512GB ในราคา 37,999 บาท
พิเศษยิ่งขึ้น! สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง vivo X300 FE ตั้งแต่วันที่ 22-27 พฤษภาคมนี้ รับทันทีของสมนาคุณพิเศษสามต่อ มูลค่ารวม 21,998 บาท
ต่อที่ 1: vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี, และ ประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 19,999 บาท
ต่อที่ 2: vivo Buds Pro มูลค่า 1,999 บาท
และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ รับทันทีของสมนาคุณพิเศษ vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี และประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 19,999 บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://vivo.com/th/ และเฟซบุ๊ก vivo Thailand



ความคิดเห็น