top of page

Stay in the Know With

The Happening Ar   und

มาสเตอร์การ์ด ยกระดับแพลตฟอร์มบัตรดิจิทัลด้วยระบบควบคุมความปลอดภัยใหม่ เชื่อมต่อการชำระเงินผ่าน Embedded Payments Network และรองรับการเข้าถึงบริการทั้งหมดผ่าน API เดียว

  • รูปภาพนักเขียน: Happening Around
    Happening Around
  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

มาสเตอร์การ์ด เชื่อมต่อการชำระเงินผ่าน Embedded Payments Network

มาสเตอร์การ์ด ประกาศเปิดตัวการยกระดับความสามารถครั้งใหม่ของ Mastercard In Control® ซึ่งได้รับการยกย่องจาก Kaiser Associates ให้เป็นเป็นแพลตฟอร์ม Virtual Card Number (VCN) ชั้นนำของอุตสาหกรรม ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านการชำระเงินระหว่างธุรกิจ (B2B) ที่มีความปลอดภัยและรองรับการขยายการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมใหม่ประกอบด้วยความสามารถในการควบคุมการใช้งาน Virtual Card ขั้นสูงที่ช่วยลดความเสี่ยงตลอดทุกขั้นตอนของวงจรการชำระเงิน และการเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวเพื่อเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตรด้าน Embedded Payments ที่กำลังเติบโตของมาสเตอร์การ์ด ช่วยให้องค์กรธุรกิต สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างๆ สามารถบริหารจัดการการชำระเงินได้อย่างมั่นใจ มีความยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ปัจจุบันอีโคซิสเต็ม VCN ของมาสเตอร์การ์ดประกอบด้วยผู้ออกบัตร แพลตฟอร์มโดยตรง และองค์กรต่างๆ ที่ทำธุรกรรมใน 43 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่งโลก ซึ่งรวมถึง 14 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และรองรับสกุลเงินมากถึง 174 สกุลเงิน แสดงให้เห็นถึงความสามารถของมาสเตอร์การ์ดในการสนับสนุนการขยายธุรกิจในระดับโลก พร้อมรักษามาตรฐานด้านความสม่ำเสมอและการกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“สำหรับองค์กรต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าหลัก ๆ ของโลกจำนวนมาก ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงแค่การเปลี่ยนระบบชำระเงินให้เป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และการจัดการเงินทุนหมุนเวียนท่ามกลางการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนที่มีซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ” อนูชกา แลดส์ รองประธานฝ่ายการชำระเงินเชิงพาณิชย์และระบบชำระเงินใหม่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าว “บัตรดิจิทัล (Virtual Card) ช่วยให้ฝ่ายการเงินและฝ่ายจัดซื้อสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงิน โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงหรือความยุ่งยากให้กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับซัพพลายเออร์ นี่คือสิ่งที่องค์กรในภูมิภาคนี้กำลังให้ความสำคัญและต้องการบรรลุอย่างแท้จริง และนั่นคือเหตุผลที่เรามองว่า Virtual Cardกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของรูปแบบการชำระเงินสำหรับภาคธุรกิจในอนาคต”

 

มอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและรองรับการขยายการใช้งานโปรแกรมบัตรดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Commercial Connect API ซึ่งได้รับการจัดอันดับจาก Kaiser Associates ว่าเป็นช่องทาง API แบบจุดเชื่อมต่อเดียว (Single API front door) เพียงหนึ่งเดียวในตลาด กำลังช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมและขยายขีดความสามารถของ Virtual Card ได้ง่ายขึ้น โซลูชันนี้ช่วยแก้ไขความท้าทายที่เกิดขึ้นมานานในอุตสาหกรรม โดยพบว่า 69% ของบริษัทต่างๆ ประสบปัญหาในการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินเข้ากับระบบธุรกิจ

 

สิ่งที่แพลตฟอร์มปรับปรุงใหม่ ประกอบไปด้วย

  • เพิ่มความสามารถในการควบคุมการใช้งานบัตรให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยสามารถกำหนดชุดเงื่อนไขหลายรูปแบบให้กับบัตรจริง ทำให้สามารถบังคับใช้เงื่อนไขดังกล่าวกับทุกธุรกรรมและ virtual cardที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลบัตรที่มีความละเอียดอ่อน

  • ลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงความสามารถด้านการชำระเงินแบบครบวงจร ด้วยการรองรับการสร้าง Virtual Card และเริ่มต้นการชำระเงินได้ในขั้นตอนเดียวอย่างราบรื่น


ความสามารถใหม่เหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อระบบ ควบคุม และขยายโปรแกรม Virtual Card ได้อย่างเป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน เพิ่มความรวดเร็วในการสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ และพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้นผ่านประสบการณ์การใช้งานแบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มเดียว

 

การผสานรวมระบบการชำระเงินเข้ากับระบบที่ธุรกิจใช้งานอยู่แล้ว

นับตั้งแต่มาสเตอร์การ์ดเปิดตัวโปรแกรม Embedded Virtual Card Number (VCN) ทั่วโลกในเดือนมีนาคม 2568 พันธมิตรหลายสิบรายในกลุ่มบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ระบบ ERP และบัญชีเจ้าหนี้ รวมถึงแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว การบริการ การดูแลสุขภาพ และอีคอมเมิร์ซ ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อรับประสบการณ์การชำระเงินสำหรับองค์กรที่ง่ายขึ้นและเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวมากยิ่งขึ้น ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ดร่วมกับ Coupa และ HSBC ในดำเนินการทำธุรกรรม Virtual Card ภายใต้ระบบ Embedded Finance แบบใช้งานจริงได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในภูมิภาค ทำให้ Pact Group สามารถชำระเงินให้ซัพพลายเออร์โดยใช้ Virtual Card ที่ฝังอยู่ภายในแพลตฟอร์มการจัดซื้อของบริษัทโดยตรง ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Virtual Card ในการช่วยให้กระบวนการชำระเงินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับการค้าระหว่างธุรกิจ (B2B) ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

 

ด้วยรูปแบบการบูรณาการของโปรแกรมนี้ ซึ่งได้รับการยอมรับจาก Kaiser Associates ว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการเริ่มต้นใช้งานสำหรับผู้ออกบัตร แพลตฟอร์ม และองค์กรต่างๆ

 

เมื่อเร็วๆ นี้ มาสเตอร์การ์ดยังได้รับรางวัล Innovation Partner of the Year จาก Emburse ซึ่งตอกย้ำบทบาทของมาสเตอร์การ์ดในการผสานการใช้งาน Virtual Card เข้ากับกระบวนการจัดซื้อและการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจทั่วโลก

 

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของการนำ VCN ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะทางเช่น ภาคการท่องเที่ยว ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ เช่น Juniper Travel, HBX Group และ TravelSoft สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ VCN ในฐานะโซลูชันการชำระเงินที่มีความยืดหยุ่นและผสานการทำงานเข้ากับระบบต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อในหลากหลายอุตสาหกรรม ขณะที่ประเทศอินเดีย ความร่วมมือระหว่างมาสเตอร์การ์ดและ Volo Health กำลังช่วยยกระดับกระบวนการดำเนินงานด้านการสาธารณสุข ด้วยการเพิ่มระบบอัตโนมัติและประสิทธิภาพให้กับกระบวนการชำระเงิน การเรียกเก็บเงิน และการกระทบยอดบัญชีสำหรับทั้งผู้ชำระเงินและผู้ให้บริการด้านสุขภาพ

 

“เมื่อการชำระเงินกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นและถูกผสานเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจ อย่างแนบเนียน องค์กรต่างๆ ก็มีความคาดหวังต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการควบคุมที่สูงขึ้นกว่าที่เคย” มาร์ค เพ็ตติแคน หัวหน้าฝ่ายโซลูชันองค์กรระดับโลกของมาสเตอร์การ์ด กล่าว “เราเดินหน้าขยายขีดความสามารถของ Virtual Card เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวและรองรับการขยายการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยให้พันธมิตรของเราสามารถนำ Virtual Card ไปใช้งานและขยายการใช้งานได้ง่ายขึ้น ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัย การควบคุม และความสม่ำเสมอที่สูงยิ่งขึ้น”

 

“ผลการวิเคราะห์ของ Kaiser พบว่าผู้ให้บริการ Virtual Card ในปัจจุบันแข่งขันกันมากขึ้นด้วยศักยภาพในการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของแพลตฟอร์ม ความสามารถในการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานที่ยืดหยุ่น การเชื่อมต่อกับระบบ ERP และแนวทางการติดตั้งใช้งานที่ช่วยลดความซับซ้อนสำหรับทั้งผู้ออกบัตรและองค์กรธุรกิจ” สเปนเซอร์ ดันแฮม รองประธานฝ่ายบริการทางการเงินและการชำระเงินของ Kaiser Associates กล่าว “ด้วยเหตุนี้ ความสามารถของ Mastercard In Control และ Commercial Connect API จึงช่วยให้ธนาคารมีรากฐานด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างและแข็งแกร่งสำหรับการขยายโปรแกรม Virtual Card พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการใช้งานและลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ”

 

ลดความเสี่ยงและยกระดับการควบคุมตลอดทุกขั้นตอนของกระบวนการชำระเงิน

ในขณะที่การใช้ Virtual Card ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลากหลายอุตสาหกรรมและภูมิภาคทั่วโลก มาสเตอร์การ์ดยังคงเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของมาสเตอร์การ์ดระบุว่าอัตราการฉ้อโกงของ Virtual Card มีน้อยกว่าหนึ่งในห้าเมื่อเทียบกับบัตรทั่วไป และอัตราดังกล่าวยิ่งต่ำลงอีกเมื่อ Virtual Card นั้นออกผ่านโซลูชัน Mastercard In Control

 

มาสเตอร์การ์ดต่อยอดความสามารถด้านการควบคุมด้วยโซลูชั่นใหม่ 2 รายการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมตลอดวงจรการใช้งานของ Virtual Card ได้แก่

  • Issuer Enforced Controls ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ ช่วยให้ผู้ออกบัตรสามารถกำหนดเงื่อนไขการควบคุมพื้นฐานได้ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างหมายเลข Virtual Card โดยสามารถกำหนดกรอบการใช้งาน เช่น วงเงินใช้จ่าย วงเงินสูงสุดต่อธุรกรรม และระยะเวลาการใช้งานของบัตร เพื่อให้มั่นใจว่ามีมาตรการควบคุมที่สอดคล้องกับข้อกำหนดตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงในโปรแกรม Virtual Card

  • Clearing Controls ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับการพัฒนาความสามารถเพิ่มเติมในปีนี้ ช่วยขยายการตรวจสอบและควบคุมธุรกรรมจากขั้นตอนการอนุมัติรายการไปจนถึงขั้นตอนการเคลียร์ริ่ง โดยความสามารถใหม่นี้ช่วยให้องค์กรธุรกิตและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสามารถปฏิเสธธุรกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข กำหนดมาตรการควบคุมได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น และบริหารจัดการช่วงเวลาการชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการบริหารนโยบายการควบคุมจากศูนย์กลางเมื่อมีการขยายการใช้งานโปรแกรม Virtual Card

 

ปัจจุบัน Citi ได้เริ่มใช้งานทั้ง Issuer Enforced Controls และ Clearing Controls แล้ว และคาดว่าจะเป็นผู้ออกบัตรรายแรกที่นำความสามารถใหม่ของ VCN เไปให้บริการในระดับโลกภายในปีนี้


ความสามารถทั้งหมดนี้ทำงานบนพื้นฐานของระบบรักษาความปลอดภัยระดับเครือข่ายของมาสเตอร์การ์ด ร่วมกับเทคโนโลยีโทเคนไนเซชัน (Tokenization) และระบบตรวจจับการฉ้อโกง พร้อมเสริมด้วยโซลูชันด้านปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับองค์กร เพื่อมอบการปกป้องธุรกรรมแบบครบวงจรที่แข็งแกร่งในทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรม

 

ยกระดับเสถียรภาพระดับองค์กรสำหรับธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ

ด้วย Mastercard In Control ธุรกรรมอีคอมเมิร์ซจะได้รับการสนับสนุนแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลา ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีเสถียรภาพสูง แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น ปลอดภัย และเชื่อถือได้ เพื่อรองรับธุรกรรมอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถของ Virtual Card จากมาสเตอร์การ์ด สามารถติดต่อทีมงานได้ ที่นี่

ความคิดเห็น


bottom of page