top of page

Stay in the Know With

The Happening Ar     und

Canva เปิดตัว AI 2.0 เปลี่ยนวิธีทำงานและดีไซน์ของคนทั่วโลก ยกระดับ Canva สู่หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนทุกการทำงานให้สำเร็จ

  • รูปภาพนักเขียน: Happening Around
    Happening Around
  • 20 เม.ย.
  • ยาว 2 นาที

Canva แพลตฟอร์มการสื่อสารด้วยภาพอันดับหนึ่งของโลก ประกาศก้าวสำคัญครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2556 ด้วยการเปิดตัว Canva AI 2.0 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งการสร้างสรรค์ด้วย AI พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Canva ในฐานะศูนย์กลางการทำงานแห่งอนาคต


Canva เปิดตัว AI 2.0

กว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา Canva พลิกโฉมวงการออกแบบ เปลี่ยนซอฟต์แวร์เดสก์ท็อปที่ซับซ้อนและราคาแพงให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เรียบง่าย ทรงพลัง และทำให้การทำงานเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้นบนเบราว์เซอร์ ให้ทุกคนเริ่มดีไซน์ได้ง่ายๆ ด้วยเทมเพลตนับล้าน และเปลี่ยนการแต่งภาพทีละพิกเซลให้เป็นการลากแล้ววางที่ใครก็ทำได้ จนกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก ด้วยผู้ใช้งานกว่า 250 ล้านคนต่อเดือน และการประกาศครั้งสำคัญบนเวที Canva Create ที่ลอสแอนเจลิสในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งการสร้างสรรค์


ด้วยพลังจากแล็บ AI ระดับแนวหน้าของ Canva และการลงทุนพัฒนาโมเดลพื้นฐานสำหรับงานดีไซน์มาอย่างต่อเนื่องหลายปี Canva AI 2.0 ได้ยกระดับ Canva ให้เป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์แอ็คทีฟอัจฉริยะที่เน้นการทำงานเชิงรุก ช่วยให้ทีมเปลี่ยนไอเดียสู่การลงมือทำจริงได้ในที่เดียว Canva จึงเป็นผู้ช่วยสร้างสรรค์ที่ทรงพลัง ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มคิดไอเดียจนออกมาเป็นผลงานจริง


โครงสร้างใหม่ที่ทรงพลัง

Canva AI 2.0 มาพร้อมกับระบบโครงสร้างใหม่ที่ฉลาดและทรงพลังกว่าเดิม ซึ่งจะเปลี่ยนภาพจำการทำงานดีไซน์แบบเดิมๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คิดอะไรได้ก็ปั้นให้เป็นจริงได้ทันที ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ Canva นับตั้งแต่วันที่ย้ายงานดีไซน์ออกจากซอฟต์แวร์เดสก์ท็อปที่ซับซ้อนสู่แพลตฟอร์มบนเบราว์เซอร์ โดยฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย

  • ดีไซน์ผ่านการสนทนา (Conversational Design): Canva AI จะช่วยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นงานจริงได้ง่ายขึ้น แค่พิมพ์หรือพูดในแบบที่คิดได้เลย ไม่ต้องเริ่มจากหน้าเปล่าๆ หรือเสียเวลาหาเทมเพลตที่ลงตัวตั้งแต่แรก เพียงใส่ไอเดีย เป้าหมาย หรือโครงร่างคร่าวๆ Canva AI ก็จะช่วยสร้างงานที่พร้อมให้แก้ไขต่อได้ทันที พร้อมวางโครงสร้างจัด เลย์เอาต์ และใส่ความเป็นแบรนด์มาให้ตั้งแต่เริ่ม และที่สำคัญ Canva AI 2.0 ไม่ได้แค่ช่วยสร้างงานให้ครั้งเดียวแล้วจบ แต่ช่วยทำงานต่อได้ตลอดทั้งกระบวนการ จำสิ่งที่คุยกันไว้แม้ไอเดียจะขยับขยายไปแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการเบรนสตอร์ม (brainstorm): ปรับแต่งรายละเอียด หรือแก้ไขงานก็ทำได้ในที่เดียว

  • ระบบประสานงานอัจฉริยะ (Agentic Orchestration): จะช่วยให้ AI ทำงานร่วมกับผู้ใช้งานได้จริง แค่บอกเป้าหมาย ส่งสเก็ตช์คร่าวๆ หรือแชร์บรีฟสั้นๆ Canva AI ก็ช่วยเปลี่ยนไอเดียให้เป็นงานจริงได้ผ่านบทสนทนาเดียว เบื้องหลังความเก่งนี้คือระบบประสานงานแบบใหม่ที่ดึงเครื่องมือทั้งหมดของ Canva มาทำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานที่ครบถ้วนพร้อมใช้งาน ระบบจะทำความเข้าใจว่าจริงๆ แล้วผู้ใช้งานต้องการอะไร เลือกใช้เครื่องมือที่ใช่ และประสานการทำงานให้ทุกอย่างออกมาในรูปแบบที่ต้องการ เช่น ถ้าพิมพ์ว่า “ช่วยสร้างแผนแคมเปญแบบหลายช่องทางเพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วงซัมเมอร์” Canva AI ก็จะช่วยสร้างทุกอย่างให้พร้อมต่อยอดหรือพร้อมนำไปใช้ได้ทันที

  • ระบบวิเคราะห์วัตถุอัจฉริยะ (Object-Based Intelligence): ช่วยแก้ไขงานได้แม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด แค่บอก Canva AI ว่าอยากปรับตรงไหน ระบบก็จัดการให้เฉพาะส่วนนั้นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรูป ปรับข้อความพาดหัว หรือแก้ฟอนต์ใหม่ ก็ทำได้โดยไม่กระทบองค์ประกอบอื่นของงาน ด้วยพลังจากโมเดลการออกแบบเฉพาะของ Canva ทุกชิ้นงานที่ AI 2.0 สร้างขึ้นจะแยกออกเป็นเลเยอร์ให้แก้ไขต่อได้ทุกชิ้น เหมือนมีโครงงานที่พร้อมให้เข้าไปปรับแต่ง ต่อได้เต็มที่ ทีมจึงสามารถเข้ามาร่วมคอมเมนต์ ช่วยกันแก้ไข และปรับแก้งานต่อได้ทุกเมื่อ

  • หน่วยความจำ (Living Memory): ระบบจดจำอัจฉริยะจะยิ่งรู้ใจผู้ใช้งานมากขึ้นทุกครั้งที่ใช้งาน โดยเรียนรู้จากบริบท ความต้องการ และผลงานที่ผ่านมาเพื่อช่วยคุมโทนงานให้สอดคล้องกับแบรนด์ และปรับการทำงานให้เข้ากับสไตล์ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ Canva AI ยังปรับประสบการณ์ให้เป็นแบบเฉพาะตัวได้มากขึ้นด้วยการอ้างอิงจากดีไซน์ที่ผู้ใช้งานมีอยู่ เพื่อสร้างคลังความจำส่วนตัว โปรไฟล์ และช่วยแนะนำสิ่งที่ตรงกับความต้องการได้มากขึ้นในทุกครั้งที่ใช้งาน


เวิร์คโฟลว์ใหม่ที่ฉลาดขึ้น

Canva AI 2.0 ไม่ได้ช่วยแค่สร้างดีไซน์แต่ยกระดับ Canva ให้เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการทำงานในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กๆ ไปจนถึงแคมเปญเต็มรูปแบบ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในที่เดียว ทั้งเครื่องมือ เวิร์คโฟลว์ และผลงานที่พร้อมใช้งาน ช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น คล่องตัวขึ้น และจัดการทุกอย่างได้จบใน Canva

  • ตัวเชื่อมข้อมูล: รวมทุกงานไว้ในที่เดียวแทนที่จะปล่อยให้ข้อมูลจะกระจัดกระจายอยู่ตามแอปต่างๆ Canva AI จะรวมทุกอย่างมาไว้ในที่เดียวเพื่อให้ทำงานต่อเนื่องไม่มีสะดุด แค่เชื่อมต่อเครื่องมืออย่าง Slack, Gmail, Google Drive หรือ Google Calendar ระบบก็สามารถนำข้อมูลจากในแชท เนื้อหา และตารางงานมาช่วยสร้างงานที่ตรงใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการสรุปประเด็นจากบันทึกการประชุมใน Zoom แปลงอีเมลจากลูกค้าให้เป็นโปรโมชั่นแบบเฉพาะคน หรือทำจดหมายข่าวในองค์กรจากอัพเดตใน Slack ทุกอย่างก็ทำได้ในที่เดียว ณ ตอนนี้ ตัวเชื่อมข้อมูลรองรับ Slack, Notion, Zoom, HubSpot, Gmail, Google Drive และ Google Calendar และจะรองรับแอปอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต

  • ตั้งเวลางาน: ให้งานรันไปเองแบบอัตโนมัติ (Work On Autopilot) เพียงตั้งค่าไว้ครั้งเดียว Canva AI ก็ช่วยดูแลงานที่เหลือให้เบื้องหลังได้เอง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเทนต์โซเชียลสำหรับทุกแพลตฟอร์ม แปลออกมาเป็นหลากหลายภาษา หรือการสรุปบรีฟจากอีเมลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมในแต่ละวัน งานทุกอย่างจะถูกจัดการให้เสร็จสรรพ พร้อมให้ใช้ได้ทันทีที่ล็อกอิน ย่นระยะเวลาการทำงานที่เคยต้องทำหลายชั่วโมง ให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที

  • ค้นหาข้อมูลจากเว็บ: Canva AI สามารถดึงข้อมูลจากทั่วอินเทอร์เน็ตมาใช้งานได้ตรงในดีไซน์ จะค้นหาทันทีหรือให้ Canva AI ทำงานอยู่เบื้องหลังก็ได้ จากนั้นระบบจะรวบรวมและจัดข้อมูลให้เป็นระเบียบ พร้อมแปลงออกมาเป็นคอนเทนต์บนหน้าดีไซน์ที่แก้ไขต่อได้เลย ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอทางธุรกิจหรืออินไซต์สำหรับการสำรวจตลาด ก็พร้อมให้หยิบไปต่อยอด ปรับแต่ง และแชร์ต่อได้ทันที

  • ระบบ Branding อัจฉริยะ: งานเป๊ะตามแบรนด์ตั้งแต่คลิกแรกด้วยระบบ Brand Intelligence จะช่วยคุมโทนให้ทุกงานสอดคล้องกับแบรนด์เองอัตโนมัติ แค่เชื่อมต่อข้อมูลหรืออธิบายสิ่งที่ต้องการ Canva AI ก็จะช่วยจัดการฟอนต์ สี และสไตล์ให้เข้ากันในทุกดีไซน์ แม้งานเก่าก็อัพเดตให้ตรงแบรนด์ไกด์ไลน์ล่าสุดได้ง่ายๆ แค่สั่งครั้งเดียว ระบบก็ช่วยปรับงานให้ดูใหม่และตรงตามแบรนด์มากขึ้น เปลี่ยนงานแก้ที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงให้เสร็จได้ในไม่กี่วินาที

  • Canva Code 2.0: พร้อมฟีเจอร์นำเข้า HTML ฟีเจอร์ที่น่าจะถูกใจสายเว็บและคนที่อยากได้งานแบบ “ขยับได้” แค่บอกไอเดียระบบจะสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบและตอบโต้กับคนดูได้ทันที โดยจัดโครงสร้างงานมาให้อย่างดี ดีไซน์สวยงาม และรองรับการแสดงผลที่ลื่นไหลบนทุกอุปกรณ์


Canva โค้ดดิ้ง 2.0 มาพร้อมฟีเจอร์นำเข้า HTML ที่ช่วยให้ทำงานกับคอนเทนต์ AI ง่ายขึ้นกว่าเดิมโดยไม่จำเป็นต้องเริ่มเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้งเวลาจะแก้งานอีกต่อไป เพียงอิมพอร์ตไฟล์ HTML หรือผลงานที่สร้างด้วย AI เข้ามาใน Canva ก็สามารถปรับแต่งต่อได้ทันทีผ่าน Visual Editor ทุกขั้นตอนเลยครบจบในที่เดียว ตั้งแต่การเพิ่มฟอร์มเพื่อส่งข้อมูลเข้า Canva Sheets หรือใส่ลูกเล่นแบบอินเทอร์แอ็คทีฟในงานพรีเซนเทชั่น ไปจนถึงเผยแพร่งานบนโดเมนของผู้ใช้งานเอง นอกจากนี้ Canva ยังรองรับระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Single Sign-On (SSO)

  • Sheets AI: สเปรดชีตอัจฉริยะที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม แค่เพียงอธิบายสิ่งที่ต้องการจะดีไซน์ เพียงเท่านี้ฟีเจอร์ Canva AI 2.0 ก็จะช่วยเนรมิตตารางงานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งโครงสร้างที่ชัดเจนและดีไซน์ที่สวยงาม พร้อมข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตารางงบประมาณ แผนการดำเนินงาน ปฏิทินการทำงาน หรือตารางงานวิจัย ทุกข้อมูลจะถูกจัดระเบียบและออกแบบมาอย่างมืออาชีพพร้อมใช้งานทันที

  • Template Remix: คลังแรงบันดาลใจที่ไร้ขีดจำกัด คลังเทมเพลตของ Canva ที่จะก้าวเข้าสู่ความไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริงด้วยการเปิดตัว Canva AI 2.0 แหล่งรวมแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุด ให้ผู้ใช้งานได้ค้นหา นำมาปรับแต่ง และสร้างสรรค์ในสไตล์ของตนเอง เพียงเริ่มจากสิ่งที่สนใจแล้วให้ Canva AI ช่วยเจียระไนต่อจนเป็นผลงานที่ตรงใจที่สุด ทุกเทมเพลตจะเป็นเพียง ‘จุดเริ่มต้น’ ของความเป็นไปได้นับล้าน ไม่ใช่ ‘ข้อจำกัด’ ในการออกแบบอีกต่อไป


ห้องแล็บ AI ระดับแนวหน้า

หัวใจสำคัญของ Canva AI 2.0 คือห้องแล็บ AI ระดับแนวหน้าของ Canva ที่มีนักวิจัยกว่า 100 ชีวิต จากทีม Canva Original Research and Exploration (CORE) ร่วมกันสร้างสรรค์โมเดลรูปแบบมัลติโมดัล (multimodal foundation) ซึ่งเป็นโมเดลที่ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลหลายประเภทพร้อมกันรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่องานดีไซน์โดยเฉพาะ


การลงทุนในครั้งนี้ช่วยเร่งขีดความสามารถด้านงานวิจัยของ Canva ให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้นจาก AI Model รุ่นแรกที่ต้องใช้เวลาพัฒนานานกว่า 2 ปี แต่ในปัจจุบัน ด้วยความรุดหน้าของโครงสร้างพื้นฐานในการฝึกฝนโมเดล (Training Infrastructure), สถาปัตยกรรมโมเดล และระบบการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Closed-loop Reinforcement Learning) ส่งผลให้สามารถฝึกฝน ประเมินผล และเริ่มใช้งานโมเดลใหม่ๆ ได้ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น


ในปัจจุบันงานวิจัยของ Canva ครอบคลุมเทคโนโลยี Visual AI อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างรูปภาพ วิดีโอ และ Style Transfer ไปจนถึงการสร้างสรรค์และประเมินผลงานดีไซน์ในเชิงโครงสร้าง โดยโมเดลซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Canva นั้น ไม่ได้ถูกปรับแต่งมาเพื่อคุณภาพของผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงความรวดเร็ว ความสามารถในการแก้ไข และความสอดคล้องกับขั้นตอนการทำงานจริง


โดยโมเดลของ Canva มีความเร็วสูงกว่าถึง 7 เท่า และมีต้นทุนที่ประหยัดกว่าถึง 30 เท่า เมื่อเทียบกับโมเดลระดับแนวหน้าอื่นๆ ในระดับเดียวกัน เช่น

  • Canva Proteus (เทคโนโลยี Style Transfer): รวดเร็วกว่า 2 เท่า และประหยัดกว่าถึง 23 เท่า

  • Canva Lucid Origin (การใช้ AI สร้างรูปภาพ): รวดเร็วกว่า 5 เท่า และประหยัดกว่าถึง 30 เท่า

  • Canva I2V (การเปลี่ยนภาพนิ่งให้กลายเป็นวิดีโอ): รวดเร็วกว่า 7 เท่า และประหยัดกว่าถึง 17 เท่า


และเพื่อรองรับการขยายตัวของงานวิจัยเหล่านี้ Canva กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจร รวมถึงระบบการฝึกฝนโมเดลภายในองค์กร ระบบจัดการการเรียนรู้แบบเสริมกำลังที่รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีนี้ไปยังผู้ใช้งานกว่า 250 ล้านคนต่อเดือนทั่วโลก


การขยายขอบเขตสู่ระบบนิเวศ AI ที่ครอบคลุม (AI Ecosystem)

Canva ยังได้ประกาศความสามารถใหม่ในการนำผลงานที่สร้างจาก AI เข้าสู่แพลตฟอร์ม Canva ได้โดยตรง ซึ่งผลงานเหล่านั้นจะสามารถแก้ไขและทำงานร่วมกันได้ทันทีผ่านเครื่องมือ Drag-and-drop ที่ใช้งานง่ายของ Canva อีกทั้งยังสามารถเผยแพร่เป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้จริงภายในไม่กี่คลิก


ในยุคที่ AI เข้ามาพลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลกต่างร่วมมือกับ Canva เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถอัพเกรดร่างชิ้นงานสู่ผลงานที่มีโครงสร้างสมบูรณ์ แก้ไขได้อย่างอิสระ และสามารถนำไปต่อยอดขยายผลได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นนี้ส่งผลให้ Canva ทะยานขึ้นสู่การเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำที่มีอัตราการเติบโตในกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ AI รวดเร็วที่สุด อ้างอิงจากรายงานวิจัยล่าสุดโดยบริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ระดับโลกอย่าง Andreessen Horowitz


ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา Canva AI ได้เปิดให้เริ่มทดลองใช้งานจริงในรูปแบบ Preview โดยจะมอบสิทธิ์ให้กับผู้ที่เข้ามาเจอเมนูนี้บนหน้าแรกของ Canva หลังจากนั้นจะทยอยเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มใช้งานในสัปดาห์ต่อๆ ไป

ความคิดเห็น


bottom of page