“บาร์ สาทร” (Bar Sathorn) ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 คว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award
- Happening Around

- 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สวรรค์แห่งศิลปะและดีไซน์ใจกลางกรุงเทพฯ กำลังเฉลิมฉลองหลังจาก Bar Sathorn บาร์ค็อกเทลสุดชิคของโรงแรม ได้รับการจัดอันดับที่ 17 ในรายชื่อ Asia’s 50 Best Bars 2026 พร้อมคว้ารางวัล Nikka Highest Climber Award นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ Bar Sathorn ติดอันดับในรายชื่ออันทรงเกียรตินี้ โดยก้าวกระโดดจากอันดับเปิดตัวที่ 48 ในปี 2025 ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบาร์ในการตีความฉากสังคมกรุงเทพฯใหม่ ผ่านศาสตร์การผสมค็อกเทลที่สร้างสรรค์ การออกแบบตกแต่งบาร์ด้วยศิลปะ และบรรยากาศที่สนุกสนาน พร้อมแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศต่อไปในอนาคต
Bar Sathorn ตั้งอยู่ในเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะเคียงคู่กับตึกสูง 31 ชั้นของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สถานที่แห่งนี้เป็นเวทีสำหรับค่ำคืนที่น่าประทับใจกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เดิมสร้างขึ้นในปี 1889 เป็นบ้านพักส่วนตัว ก่อนจะกลายเป็นโรงแรมและสถานทูตรัสเซีย และได้รับการปรับปรุงใหม่โดยนักออกแบบชื่อดัง AvroKO เปิดอีกครั้งในปี 2015 ในฐานะหนึ่งในสถานที่สังคมที่น่าหลงใหลที่สุดของเมือง และบาร์ สาทรได้รับการเปิดตัวใหม่ในปี 2023 ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบที่ผสมผสานมรดกกว่า 135 ปี พร้อมงานศิลป์โดดเด่นจากศิลปินรุ่นใหม่ชาวไทย

ภายใต้การดูแลของ Marco Dongi บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาลีผู้มากฝีมือบาร์ สาทรเชิญชวนผู้มาเยือนเข้าสู่โลกแห่งศิลปะและมิกซ์โซโลยี ตลอดเส้นทางอาชีพอันโดดเด่น Marco ได้แสดงฝีมือในโรงแรมและร้านอาหารระดับโลก รวมถึงร้านอาหาร Carlo Cracco ที่ได้รับดาวมิชลินในมิลาน และ Buddha Bar ที่มีชื่อเสียงในดูไบ เขายังติดอันดับ Top 10 ในการแข่งขัน World Class ที่อิตาลีและดูไบ และได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Coca Cola ในปี 2020
Alexander Kellermann ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับเป็นปีที่สองติดต่อกันคือการยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลในเครื่องดื่มของทีมงาน เราภูมิใจที่เห็น Bar Sathorn เติบโตต่อเนื่อง และยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานความทันสมัยของดับเบิ้ลยู โฮเทลเข้ากับมรดกอันทรงคุณค่าของสาทร”
Marco Dongi กล่าวเสริมว่า “รางวัลนี้เป็นการเฉลิมฉลองต่อทั้งแขกและทีมของเรา และยังมีโปรเจ็ค Local Mix ที่เราสอดแทรกความยั่งยืน ชุมชน และวัฒนธรรมลงในทุกแก้ว โดยจะใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยและสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างวงการบาร์ที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ผมยังภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของ Bar Sathorn ในการทำ Guest Shift ทั่วภูมิภาค ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับค็อกเทลที่เราสร้างสรรค์”

ค็อกเทลและม็อกเทลซิกเนเจอร์ของ Bar Sathorn ที่นำพาผู้ที่มาเยือนผ่าน 4 ยุคประวัติศาสตร์ของเดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร ได้แก่
History of Sathorn (ปี 1888–1926): เฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมค็อกเทลด้วยเครื่องดื่มคลาสสิกเหนือกาลเวลา
Hotel Royal (ปี 1926–1948): ถ่ายทอดยุคหรูหราของ Madame Staro ด้วยค็อกเทลสไตล์อิตาเลียน
Embassy Row (ปี 1948–1999): ยกย่องอดีตทางการทูตของถนนสาทรด้วยค็อกเทลนานาชาติที่เพิ่มรสชาติด้วยเครื่องเทศไทย
The Present (ปี 1999–ปัจจุบัน): สะท้อนการผสมผสานเสน่ห์ประวัติศาสตร์เข้ากับความทันสมัยผ่านเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์

Bar Sathorn เตรียมตัวเปิดบทใหม่ของการเล่าเรื่องผ่านค็อกเทล โดยได้สร้างแรงบันดาลใจจากสถานที่และชุมชนในย่านสาทร เพื่อผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมการรังสรรค์เครื่องดื่ม
Bar Sathorn เชิญทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดีหรือมาเยือนเป็นครั้งแรก นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาสัมผัสค็อกเทล งานศิลป์ และกิจกรรมที่มีชีวิตชีวาซึ่งยังคงสร้างสีสันให้กับค่ำคืนของกรุงเทพฯ
Bar Sathorn เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 14:30 – 01:00 น. (รับออเดอร์สุดท้ายเวลา 00:30 น.)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์: 02 344 4025 หรืออีเมล thehouseonsathorn@whotels.com หรือเว็บไซต์: www.barsathorn.com หรือ Instagram: https://instagram.com/barsathorn และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ W Bangkok ได้ที่เว็บไซต์: https://bit.ly/WBangkokHWS หรือ Instagram: https://instagram.com/wbangkok



ความคิดเห็น